================================================== -->

ฝาก 10 รับ 100 ใหม่ ล่าสุด1️⃣M98

เหล่านั้น น่ายึดมา เหมือนที่มาเลย์ยึดจากเมียนาจิบมาให้กันจะจะบ้าง

  • เยี่ยมชมบล็อก:861705
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 579
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-09-29 10:05:21
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

เสี่ยมืด-สุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชล ไม่ค่อยเห็นตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ แต่ไม่ได้หายหน้าไปไหน ไปทำงานชาวบ้าน ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่งไปร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันของผู้นำชุมชนท้องถิ่น เต็มไปด้วยสมาชิก อบต ผู้นำหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เห็นว่ามีการแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง ทั้งปัญหาในชุมชน ท้องถิ่น ปัญหาด้านการเกษตร การศึกษา แหล่งน้ำ ไปจนปัญหาสังคมในชุมชน เดอะมืด ในฐานะคนการเมือง เลยถูกเชิญไปพูดคุยแลกเปลี่ยนด้วย เลยร่ายเป็นฉากๆ ที่ชาวบ้านอยากกลับมาเลี้ยงพร้อมกับอนุรักษ์ควายไทยนั้น ที่ชาวบ้านอยากทำเป็นเรื่องดี แต่วันนี้พื้นที่แถววังน้ำเขียว ก็เห็นอยู่ หลายพื้นที่ถูกจับจองไปเกือบหมดแล้ว จะให้ควายไปกินหญ้า กินพืช ก็หวั่นอีกว่าพวกหญ้าเต็มไปด้วยยาฆ่าแมลงหรือเปล่า ไม่เฉพาะสัตว์ที่กินไปแล้วน่าจะเป็นอันตราย ตอนฝนตกชะล้างไหลลงบ่อน้ำ แหล่งน้ำทำกินของเกษตรกร ชาวบ้านก็เป็นอุปสรรค เดือดร้อนกันอีก แล้วเราจะทำอย่างไร ขอให้ร่วมแลกเปลี่ยนกัน เรื่องการศึกษาวันนี้เราจะทำอย่างไร คนมีเงินก็ส่งลูกหลานไปเรียนโรงเรียนดีๆ และอุปกรณ์ เครื่องมือการสอน การสื่อสาร ตามโรงเรียนข้างนอก ก็ไม่เท่าเทียมกัน เรื่องนี้จะทำอย่างไร สุระพูดยาวตามประสานักจ้อ หนึ่งในสมาชิกที่มาฟัง จังหวะจะแลกเปลี่ยนต่อ เลยเอ่ยแซว แหมท่านโฆษกฯ ข้อมูลดีเยี่ยม แต่ไม่รู้อย่างเดียว วันนี้ลูกเมียไปอยู่ไหน เดอะมืด เลยบอกอย่างอารมณ์ดี พอแลกเปลี่ยนกันจบ มีสมาชิกบางคนมาถาม ท่านๆ ตกลงลูกเมียท่านไปอยู่ไหน เมียพาลูกหนี เขาหนีไปหรือ ไอ้เราเลยต้องบอกลูกเมียอยู่ไหน หมายถึงผมยังไม่มีลูกไม่มีเมีย ไม่ได้ว่าเขาหนีไป ไขความกระจ่าง ทำให้เข้าใจตรงกัน ไม่อย่างนั้นถูกเข้าใจผิด ท่านโฆษกฯ ลูกเมียหนีไปแล้ว แย่เลย(ฮ่าๆ)

ที่เก็บบทความ

2015(747)

2014(516)

2013(408)

2012(878)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: การเงินหุ้นจีน

เกม สล็อต 1234, จบคดีทนายแสบโกง น้องบีม เหยื่อรถเทรลเลอร์ถูกชนจนพิการ ขณะที่พ่อเสียชีวิตเมื่อปี 48 ศาลสั่งจำคุกเพื่อนสาวทนาย 2 ปี 16 เดือน พร้อมชดใช้ค่าเสียหายกว่า 2 ล้าน ฐานร่วมกระทำผิด ว่าที่ พตสมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ถึงความคืบหน้าคดีพรรคพวกของนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ อดีตทนายความ ฉ้อโกงเงินชดใช้ค่าเสียหายของ ดญภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม ที่ต้องพิการเพราะถูกรถเทรลเลอร์ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งชน ว่า พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนางพรปวีณ์ ชูแก้ว กับ นสภัทรวดี หรือฐิตาภา สวัสดี สองเพื่อนสาวของนายพิสิษฐ์ เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานร่วมกันปลอมแปลงและใช้เอกสารปลอม, เป็นผู้สนับสนุนบุคคลอื่นฉ้อโกงโดยกระทำผิดหน้าที่กับจำเลยที่ 1 และในฐานฉ้อโกงกับจำเลยที่ 2 พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทน เหตุเกิดวันที่ 19 กพ2557 ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน โดยมี นสพรทิพย์ จันทรัตน์ มารดาของน้องบีม และตัวน้องบีม เป็นโจทก์ร่วม มีทนายความอาสาจากสภาทนายความ ที่ตนกับนายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ เป็นหัวหน้าทีม เข้าว่าความ คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 2 เสนอชดใช้เงิน 50,000 บาทแก่โจทก์ร่วม โดยขอให้ถอนฟ้องหรือถอนคำร้องทุกข์เพื่อให้คดีอาญาระงับไปเฉพาะจำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 1 ไม่คัดค้าน จากนั้นจำเลยที่ 2 ก็นำเงินสดมามอบให้โจทก์ร่วม และมีการขอถอนฟ้อง ศาลอนุญาตให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 1 ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ มีเหตุลดโทษ จึงให้คงจำคุกรวม 2 ปี 16 เดือน และให้ชดใช้เงิน 981,100 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และ 1,405,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 2 พร้อมดอกเบี้ย ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ สำหรับที่มาคดีนี้ ครอบครัวของน้องบีมประสบอุบัติเหตุถูกรถเทรลเลอร์ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งชน เป็นเหตุให้น้องบีมพิการต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ บิดาเสียชีวิต และมารดาได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ จสุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2548 ต่อมาศาลจังหวัดไชยา อไชยา จสุราษฎร์ธานี พิพากษาให้ชนะคดีที่ฟ้องบริษัทดังกล่าว เรียกค่าเสียหายเกือบ 6 ล้านบาท แต่นายพิสิษฐ์ อดีตทนายความ ได้ฉ้อฉลนำหนังสือมอบอำนาจปลอมไปยื่นขอสละสิทธิ์การบังคับคดี แล้วแอบไปขอรับเงินจากบริษัทดังกล่าว หลังจากนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าการขอสละสิทธิ์บังคับคดีไม่ชอบ ให้ออกหมายบังคับคดีเรียกเงินเกือบ 6 ล้านบาทต่อไป ขณะที่คดีอาญา ศาลจังหวัดตลิ่งชันได้พิพากษาจำคุกนายพิสิษฐ์ฐานฉ้อโกง, เป็นบุคคลที่ได้รับการไว้วางใจกระทำผิดหน้าที่, ปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา เป็นเวลา 5 ปี 12 เดือน อีกทั้งสภาทนายความได้ลบชื่อออกจากสารบบ ห้ามเป็นทนายความ 5 ปี ส่วนนางพรปวีณ์กับ นสภัทรวดีนั้น เป็นผู้นำเอกสารปลอมไปหลอก นสพรทิพย์ ทำนองว่าเป็นตัวแทนของบริษัทคู่กรณีมาขอเจรจาว่า บริษัทกำลังขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินจ่าย ขอลดหนี้จาก 6 ล้านบาท เหลือ 3 ล้านบาท ดีกว่าจะบังคับเอาอะไรไม่ได้เลย นางพรทิพย์หลงเชื่อ ฝ่ายจำเลยจึงจ่ายเงินให้ 28 แสนบาทเท่านั้น ที่เหลือทวงถามก็บ่ายเบี่ยง แล้วหนีหายไปในที่สุด จนถูกจับกุมได้และพิพากษาแล้ว เป็นอันปิดคดีน้องบีมที่ต่อสู้กันมา 13 ปี ในวันพุธ ทรัมป์ยังคงยืนกรานว่า เขาไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แม้ก่อนหน้านี้เขาจะกล่าวหาโคเฮนว่ากุเรื่องราวขึ้นเพื่อทำข้อตกลงสารภาพผิดต่อศาล ในทวีตเวลาต่อมาทรัมป์กลับบอกว่า พฤติกรรมของตัวเขาไม่ได้เป็นอาชญากรรม และในการให้สัมภาษณ์กับรายการ ฟอกซ์และเพื่อนๆ ทรัมป์กล่าวว่า พฤติกรรมของเขาไม่ได้ละเมิดกฎหมายการหาเสียงด้วยซ้ำไป gtr365bet pantip ใครว่าโกงลดลง! พีดับเบิ้ลยูซีเผยผลสำรวจอาชญากรรมและทุจริต พบว่าบริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% ยักยอกทรัพย์มาเป็นอันดับ 1 สะท้อนการป้องกันมีช่องโหว่ ด้านประธานปปชตั้งเป้าหรู ค่า CPI ไทยต้องได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 หากไม่ได้อาจต้องรับผิดชอบ แต่พอถาม นาฬิกาป้อม คำตอบคือยังไม่ได้รับรายงาน นายวรพงษ์ สุธานนท์ หุ้นส่วนสายงาน ฟอร์เรนซิค เซอร์วิส บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (พีดับเบิ้ลยูซี) เปิดเผยผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี 61 ที่จัดทำขึ้นทุก 2 ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม 522 ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% โดยพบว่าการยักยอกสินทรัพย์ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น 62% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 45%, การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น 40% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 28% และคาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้า อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบร้ายแรงที่สุด ทั้งนี้ มีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้นยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว โดยตัวเลขที่สูงขึ้น แม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศและทุกภาคอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบ ด้วยวิธีการที่ซับซ้อน ทำให้ตรวจจับได้ยาก แต่ถือว่าเป็นสัญญาณบวกของประเทศไทย หากทุกองค์กรในประเทศไทยเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตและตรวจพบเหตุทุจริตได้เพิ่มขึ้น สำหรับผลการสำรวจครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การทุจริตที่ตรวจพบได้เท่านั้น แต่ช่วยให้บริษัทเห็นถึงจุดบอดที่มีการทุจริตซ่อนอยู่ เพื่อป้องกันการทุจริตในองค์กร และกว่า 71% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร โดยมีเพียง 23% ที่มองว่าบริษัทให้ความสำคัญมากกับการยกระดับมาตรฐานจริยธรรมของพนักงาน แม้กว่า 70% ของการทุจริตร้ายแรงสร้างความเสียหายทางการเงินให้กับองค์กรจะมาจากพนักงานก็ตาม โดยทุกบริษัทต้องจัดการควบคุมและป้องกัน ผ่านการพัฒนาบุคลากร ปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ และลงทุนในเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่างๆ จะช่วยลดความเสี่ยงการทุจริตมีประสิทธิภาพมากขึ้น นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหาร และหุ้นส่วน พีดับเบิ้ลยูซี ประเทศไทย กล่าวว่า ผลสำรวจดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทในประเทศไทยมีความเข้าใจถึงผลกระทบของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ที่มีต่อขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจในเวทีโลก และความสามารถในการดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติมากขึ้นกว่าในอดีต โดยทุกภาคส่วนมีการหารือกันในเรื่องการแก้ไขปัญหาการทุจริตมากขึ้น เนื่องจากจะเป็นผลดีต่อการดำเนินธุรกิจและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ที่โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จัดโครงการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับชาติ หัวข้อ การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต โดย พลตอวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ปปช กล่าวว่า เราตั้งเป้าว่าประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ให้ได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 โดยผลักดันด้วย 6 ยุทธศาสตร์ คือ สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต, ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต, สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย, พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก, ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต, ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย ทั้งนี้ ปปชจะต้องผสานพลังกับทุกหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้ยุทธศาสตร์ฯ บรรลุเป้าหมายคือสร้างสังคมใสสะอาดยิ่งขึ้น ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดสัมมนา พร้อมปาฐกถาพิเศษเรื่อง การผสานพลังสร้างประเทศไทยใสสะอาด ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีค่า CPI อยู่ที่ 37 คะแนน เราจำเป็นต้องทะยานขึ้นไปให้ได้คะแนนมากกว่านี้ โดยรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตั้งเป้าว่า ปี 2564 ค่า CPI ของไทยควรจะอยู่ที่ 50 คะแนน สูงกว่านั้นยิ่งดี การทุจริตคอร์รัปชันเป็นภัยที่เกิดจากปัจจัยภายในของเราเอง เหมือนสนิมเหล็ก ถ้าประเทศชาติคือเหล็ก สนิมอันดับแรกอาจจะเป็นการแตกแยกความสามัคคี และสนิมอันดับสองก็คือการทุจริต ซึ่งในที่สุดเหล็กก็จะกร่อนไปประเทศก็จะพังทลาย จึงมีความจำเป็นที่จะกำจัดสนิม รองนายกฯ กล่าวว่า การจะปลูกจิตสำนึกให้คนไม่ทนต่อการทุจริตได้นั้นเป็นเรื่องยาก โดยจะต้องอดทน และเราควรมีความเพียรที่มีกลยุทธ์ มีวิธีการที่ชาญฉลาด เหมือนพระมหาชนก เหมือนการช่วยเหลือหมูป่า 13 ชีวิต แต่หากเราท้อแท้ ถดถอย ก็ไม่มีโอกาสสำเร็จ หากเราอดทน งานก็จะสัมฤทธิผล เรื่องนี้เป็นความเดือดร้อนของคนทั้งชาติ ดังนั้นจึงอยากให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ขณะที่ พลตอวัชรพลกล่าวว่า การจะให้ได้ค่า CPI อยู่ที่ 50 คะแนนในปี 2564 นั้น เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก แต่หากในปี 2564 ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ตนอาจจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งวันนี้คิดว่าประชาชนคนไทยเริ่มตื่นรู้เรื่องการทุจริตมากขึ้น และจะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าจะเป็นระลอกคลื่นที่มีพลังมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการตั้งชมรม STRONG ในทุกจังหวัด จังหวัดละ 100 คน เพื่อทำกิจกรรมรณรงค์ต้านการทุจริตในพื้นที่ เขากล่าวว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมายใหม่นั้น เจ้าหน้าที่ ปปชจะเป็นหน่วยงานแรกที่ยื่นผ่านอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ก็จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย พลตอวัชรพลยังให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหากรณีทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทนและแฟลตตำรวจ เฟซบุ๊กไลฟ์เปิดเผยข้อมูลที่ได้ชี้แจงต่อ ปปชเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าเป็นความต้องการของผู้ถูกกล่าวหาที่พยายามจะสื่อสารออกไป แต่กรรมการ ปปชยืนยันว่า เราวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง ซึ่งเราไม่ได้มองว่าถูกดิสเครดิต หากเห็นว่ามีประเด็นที่กระทบต่อการทำงานของ ปปช ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรับมาวินิจฉัย ประธาน ปปชกล่าวถึงความคืบหน้าการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีนาฬิกาหรูของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม ว่ายังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า เรื่องนี้จะต้องถามเลขาฯปปช ล่าสุดทราบเพียงว่ามีการส่งหนังสือไปขอข้อมูลกับบริษัทนาฬิกาที่ต่างประเทศผ่านสถานทูตไทย เรื่องนี้จะจบได้เมื่อไหร ก็ขึ้นอยู่กับคำตอบที่ได้รับ และการวินิจฉัยของกรรมการ ปปช ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาฯ ปปช กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตนาฬิกาในต่างประเทศยังไม่ได้ส่งรายละเอียดนาฬิกาที่ขอไปมาให้เราแต่อย่างใด และต้องยอมรับว่าการขอข้อมูลจากต่างประเทศนั้นมักจะล่าช้า และไม่สามารถกำหนดเงื่อนไขเรื่องเวลากับทางบริษัทนาฬิกาได้ แต่ ปปชคาดการณ์ว่าภายใน 2 เดือนนับจากนี้ ผลการตรวจสอบจะชัดเจนมากขึ้น จนอาจนำไปสู่การสรุปสำนวนและชี้แจงให้สาธารณชนทราบได้ วันเดียวกันนี้ นายสุเทพไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้งกรณีที่คณะอนุกรรมการไต่สวนของ ปปชอ้างหนังสือของสำนักงบประมาณ ฉบับวันที่ 27 พย2551 ว่า หนังสือสำนักงบฯ ดังกล่าวพูดถึงแผนการใช้งบประมาณก่อสร้าง และไม่มีส่วนใดที่พูดถึงวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง แต่คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ นำไปอ้างว่า สำนักงบฯ ให้ความเห็นต้องจัดซื้อจัดจ้างด้วยการกระจายไปยังหน่วยงานในสังกัด สตช ตามพื้นที่ที่จะทำการก่อสร้าง ฉะนั้นต้องปฏิบัติตามมติ ครม แต่เมื่อตนได้อนุมัติให้ทำแบบสัญญาฉบับเดียว จึงถือว่าฝ่าฝืนมติ ครม ถ้าใครอ่านหนังสือราชการก็เข้าใจ ไม่ซับซ้อนอะไร แต่อนุกรรมการ ปปชอุตส่าห์เอาประเด็นนี้มาตั้งเป็นข้อกล่าวหาผมว่ามติ ครมให้ทำตามสำนักงบฯ สำนักงบฯ มีความเห็นเรื่องวิธีการจัดจ้างเอาไว้ เพราะฉะนั้นผมต้องดำเนินการตามวิธีจัดจ้างตามสำนักงบฯ นายสุเทพกล่าว นายสุเทพกล่าวอีกว่า ตนได้นำหนังสือของสำนักงบฯ ฉบับดังกล่าวไปแสดงต่อคณะกรรมการ ปปชชุดใหญ่ และชี้แจงว่าส่วนแรกของหนังสือเป็นข้อความที่เท้าความเดิมว่าโครงการนี้เป็นมาอย่างไร ใครคิดอย่างไร และบอกด้วยว่าสำนักงบฯ มีหน้าที่พิจารณาเฉพาะเรื่องวงเงินงบประมาณจะใช้ในโครงการเท่านั้น เห็นรัฐบาลผ่านๆ มา ดีแต่โม้ด้วยลีลาหมุนอัดเกลียวสามรอบกลางอากาศว่างเปล่าบ้าง

โดย พลอประยุทธ์กล่าวว่า เป็นกฎหมายของเราที่ยังคงมีอยู่ ซึ่งความคิดเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ตอนที่มีการพิจารณาว่าจะยกเลิกโทษประหารหรือไม่นั้น เสียงประชาชนส่วนใหญ่มีความเห็นว่า เห็นควรให้มีอยู่ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ซึ่งปัจจุบันมีคดีร้ายแรงหลายๆ คดีเกิดขึ้น การมีโทษประหารก็เพื่อทำให้บ้านเมืองสงบสุขและเพื่อเป็นบทเรียนสอนใจ ซึ่งเป็นเรื่องความจำเป็นของเราและความต้องการของประชาชน กระแสของกลุ่มธุรกิจความงามยังคงมาแรง โดยหนึ่งในช่องทางที่เติบโตด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงมีส่วนสำคัญของการผลักดันเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าจากปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท ในปี 2561 คาดการณ์กันว่าจะเติบโตราว 3% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 จากปัจจัยด้านความเอาใจใส่ของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องสุขภาพและความงาม ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า นับว่าสอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันเทรนด์ของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของเพื่อนมีมากขึ้นในยุคดิจิทัล เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดขายตรง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเครือข่าย Money Game และแชร์ลูกโซ่ที่เน้นให้ผลตอบแทนจากแผนการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ยังคงแฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรงไทย นับเป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย ที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีวาระ 2 ปี (กรกฎาคม 2561- มิถุนายน 2563) ของการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ กล่าวถึงแนวทางนับจากนี้ว่า จะยังคงสานต่อนโยบายเดิม ในการผลักดันการเติบโตต่อเนื่องให้กับอุตสาหกรรมการขายตรงไทย ควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมขายตรง ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในสายขายตรงให้รู้จักปรับตัว ก้าวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัล เพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวมีทั้งเรื่องของ Core Culture คือการส่งเสริมและปลูกฝังการมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ และนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ สร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภคและนักธุรกิจทุกภาคส่วน ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและนักธุรกิจสังกัดบริษัทน้ำดี ที่ได้รับการการันตีจากสมาคมการขายตรงไทย รวมถึง Community Charity การเสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทย และการทำความดีตอบแทนสังคม ให้เป็นที่รู้จักของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กิจกรรม Campus Training กับกลุ่มนักศึกษา และการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลกับผู้ด้อยโอกาส และร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง และสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์โดยรวมแก่ผู้บริโภค และสมาชิกของสมาคม ส่วนข้อต่อมาของนโยบายจะเป็นเรื่องของ Competitiveness Righteousness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิก และนักธุรกิจขายตรงให้เข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เรียนรู้และให้ความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่นทั้งในด้านออนไลน์และออฟไลน์ ใช้สื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และ Connection Development การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ ความสามัคคีของกลุ่มสมาชิกในสมาคม และการขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจรรยาบรรณขายตรงที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้สนใจได้ศึกษาก่อนการตัดสินใจ แน่นอนว่าธุรกิจขายตรงก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงนั้นก็มีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ควรต้องปรับปรุง โดยการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่นั้น ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดประชุมและการจัดอบรมออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แต่อาจหลงลืมประโยชน์ที่เคยได้รับจากการทำตลาดแบบออฟไลน์ ซึ่งมีตัวกลางการสื่อสารเป็นนักธุรกิจ เน้นให้คุณประโยชน์ในด้านการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งการทำให้สายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจห่างเหินออกไป หรือเรียกกันว่า Hitech-Low Touch นั่นเอง ดูเหมือนว่าทางสมาคมเองก็จะมองเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวไม่ใช่น้อย จึงมองว่าควรช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวคิด เพื่อให้นักธุรกิจหันมาให้ความสำคัญในการทำธุรกิจกับการทำตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ในแบบ Hitech-Hi Touch และได้ทำธุรกิจแบบ Win-Win การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะให้ผลบวกกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการและนักธุรกิจสามารถนำมาใช้อย่างถูกต้อง รวมถึงนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตสินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงดำรงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่ฉาบฉวย เพียงแค่เพราะเทรนด์ที่เป็นไป คงต้องมารอดูกันต่อไปว่านโยบายจากคณะการทำงานชุดใหม่จะผลักดันให้ขายตรงของไทยเปลี่ยนแปลงในทิศทางไหนอย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง บา คา ร่า 007 จบคดีทนายแสบโกง น้องบีม เหยื่อรถเทรลเลอร์ถูกชนจนพิการ ขณะที่พ่อเสียชีวิตเมื่อปี 48 ศาลสั่งจำคุกเพื่อนสาวทนาย 2 ปี 16 เดือน พร้อมชดใช้ค่าเสียหายกว่า 2 ล้าน ฐานร่วมกระทำผิด ว่าที่ พตสมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ถึงความคืบหน้าคดีพรรคพวกของนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ อดีตทนายความ ฉ้อโกงเงินชดใช้ค่าเสียหายของ ดญภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม ที่ต้องพิการเพราะถูกรถเทรลเลอร์ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งชน ว่า พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนางพรปวีณ์ ชูแก้ว กับ นสภัทรวดี หรือฐิตาภา สวัสดี สองเพื่อนสาวของนายพิสิษฐ์ เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานร่วมกันปลอมแปลงและใช้เอกสารปลอม, เป็นผู้สนับสนุนบุคคลอื่นฉ้อโกงโดยกระทำผิดหน้าที่กับจำเลยที่ 1 และในฐานฉ้อโกงกับจำเลยที่ 2 พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทน เหตุเกิดวันที่ 19 กพ2557 ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน โดยมี นสพรทิพย์ จันทรัตน์ มารดาของน้องบีม และตัวน้องบีม เป็นโจทก์ร่วม มีทนายความอาสาจากสภาทนายความ ที่ตนกับนายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ เป็นหัวหน้าทีม เข้าว่าความ คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 2 เสนอชดใช้เงิน 50,000 บาทแก่โจทก์ร่วม โดยขอให้ถอนฟ้องหรือถอนคำร้องทุกข์เพื่อให้คดีอาญาระงับไปเฉพาะจำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 1 ไม่คัดค้าน จากนั้นจำเลยที่ 2 ก็นำเงินสดมามอบให้โจทก์ร่วม และมีการขอถอนฟ้อง ศาลอนุญาตให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 1 ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ มีเหตุลดโทษ จึงให้คงจำคุกรวม 2 ปี 16 เดือน และให้ชดใช้เงิน 981,100 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และ 1,405,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 2 พร้อมดอกเบี้ย ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ สำหรับที่มาคดีนี้ ครอบครัวของน้องบีมประสบอุบัติเหตุถูกรถเทรลเลอร์ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งชน เป็นเหตุให้น้องบีมพิการต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ บิดาเสียชีวิต และมารดาได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ จสุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2548 ต่อมาศาลจังหวัดไชยา อไชยา จสุราษฎร์ธานี พิพากษาให้ชนะคดีที่ฟ้องบริษัทดังกล่าว เรียกค่าเสียหายเกือบ 6 ล้านบาท แต่นายพิสิษฐ์ อดีตทนายความ ได้ฉ้อฉลนำหนังสือมอบอำนาจปลอมไปยื่นขอสละสิทธิ์การบังคับคดี แล้วแอบไปขอรับเงินจากบริษัทดังกล่าว หลังจากนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าการขอสละสิทธิ์บังคับคดีไม่ชอบ ให้ออกหมายบังคับคดีเรียกเงินเกือบ 6 ล้านบาทต่อไป ขณะที่คดีอาญา ศาลจังหวัดตลิ่งชันได้พิพากษาจำคุกนายพิสิษฐ์ฐานฉ้อโกง, เป็นบุคคลที่ได้รับการไว้วางใจกระทำผิดหน้าที่, ปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา เป็นเวลา 5 ปี 12 เดือน อีกทั้งสภาทนายความได้ลบชื่อออกจากสารบบ ห้ามเป็นทนายความ 5 ปี ส่วนนางพรปวีณ์กับ นสภัทรวดีนั้น เป็นผู้นำเอกสารปลอมไปหลอก นสพรทิพย์ ทำนองว่าเป็นตัวแทนของบริษัทคู่กรณีมาขอเจรจาว่า บริษัทกำลังขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินจ่าย ขอลดหนี้จาก 6 ล้านบาท เหลือ 3 ล้านบาท ดีกว่าจะบังคับเอาอะไรไม่ได้เลย นางพรทิพย์หลงเชื่อ ฝ่ายจำเลยจึงจ่ายเงินให้ 28 แสนบาทเท่านั้น ที่เหลือทวงถามก็บ่ายเบี่ยง แล้วหนีหายไปในที่สุด จนถูกจับกุมได้และพิพากษาแล้ว เป็นอันปิดคดีน้องบีมที่ต่อสู้กันมา 13 ปี กระแสของกลุ่มธุรกิจความงามยังคงมาแรง โดยหนึ่งในช่องทางที่เติบโตด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงมีส่วนสำคัญของการผลักดันเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าจากปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท ในปี 2561 คาดการณ์กันว่าจะเติบโตราว 3% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 จากปัจจัยด้านความเอาใจใส่ของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องสุขภาพและความงาม ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า นับว่าสอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันเทรนด์ของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของเพื่อนมีมากขึ้นในยุคดิจิทัล เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดขายตรง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเครือข่าย Money Game และแชร์ลูกโซ่ที่เน้นให้ผลตอบแทนจากแผนการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ยังคงแฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรงไทย นับเป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย ที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีวาระ 2 ปี (กรกฎาคม 2561- มิถุนายน 2563) ของการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ กล่าวถึงแนวทางนับจากนี้ว่า จะยังคงสานต่อนโยบายเดิม ในการผลักดันการเติบโตต่อเนื่องให้กับอุตสาหกรรมการขายตรงไทย ควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมขายตรง ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในสายขายตรงให้รู้จักปรับตัว ก้าวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัล เพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวมีทั้งเรื่องของ Core Culture คือการส่งเสริมและปลูกฝังการมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ และนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ สร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภคและนักธุรกิจทุกภาคส่วน ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและนักธุรกิจสังกัดบริษัทน้ำดี ที่ได้รับการการันตีจากสมาคมการขายตรงไทย รวมถึง Community Charity การเสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทย และการทำความดีตอบแทนสังคม ให้เป็นที่รู้จักของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กิจกรรม Campus Training กับกลุ่มนักศึกษา และการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลกับผู้ด้อยโอกาส และร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง และสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์โดยรวมแก่ผู้บริโภค และสมาชิกของสมาคม ส่วนข้อต่อมาของนโยบายจะเป็นเรื่องของ Competitiveness Righteousness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิก และนักธุรกิจขายตรงให้เข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เรียนรู้และให้ความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่นทั้งในด้านออนไลน์และออฟไลน์ ใช้สื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และ Connection Development การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ ความสามัคคีของกลุ่มสมาชิกในสมาคม และการขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจรรยาบรรณขายตรงที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้สนใจได้ศึกษาก่อนการตัดสินใจ แน่นอนว่าธุรกิจขายตรงก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงนั้นก็มีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ควรต้องปรับปรุง โดยการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่นั้น ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดประชุมและการจัดอบรมออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แต่อาจหลงลืมประโยชน์ที่เคยได้รับจากการทำตลาดแบบออฟไลน์ ซึ่งมีตัวกลางการสื่อสารเป็นนักธุรกิจ เน้นให้คุณประโยชน์ในด้านการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งการทำให้สายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจห่างเหินออกไป หรือเรียกกันว่า Hitech-Low Touch นั่นเอง ดูเหมือนว่าทางสมาคมเองก็จะมองเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวไม่ใช่น้อย จึงมองว่าควรช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวคิด เพื่อให้นักธุรกิจหันมาให้ความสำคัญในการทำธุรกิจกับการทำตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ในแบบ Hitech-Hi Touch และได้ทำธุรกิจแบบ Win-Win การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะให้ผลบวกกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการและนักธุรกิจสามารถนำมาใช้อย่างถูกต้อง รวมถึงนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตสินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงดำรงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่ฉาบฉวย เพียงแค่เพราะเทรนด์ที่เป็นไป คงต้องมารอดูกันต่อไปว่านโยบายจากคณะการทำงานชุดใหม่จะผลักดันให้ขายตรงของไทยเปลี่ยนแปลงในทิศทางไหนอย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง

อ่าน(666) | แสดงความคิดเห็น(2) | ส่งต่อ(981) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

Gao Zu Shi Jing Yu 2021-09-29

เฉินหลิงกง บิ๊กตู่ ไม่ปลื้มค้านโทษประหาร เผือกร้อน 7 ว่าที่ กสม ในมือ สนช 24 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น

“เอ็กซิมแบงก์” โอดส่งครามการค้าทุบส่งออกไทยครึ่งปีหลังโตแผ่วเหลือ 7% 24 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 11:16 น

เฉิน ฮูกง 2021-09-29 10:05:21

สำหรับผลดำเนินการของธนาคารช่วง 7 เดือน ของปีนี้ สามารถปล่อยสินเชื่อไปได้แล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมาย 3 หมื่นล้านบาท และคาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มยอดสินเชื่อคงค้างให้ได้ตามเป้าหมายถึง 1 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่มีอยู่ 98 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อเพื่อการลงทุน 65% และสินเชื่อหมุนเวียน 35% ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ในระดับที่บริหารได้ 356% และคาดว่าตลอดทั้งปีจะทรงตัวอยู่ในระดับนี้

เขา 2021-09-29 10:05:21

บิ๊กตู่ ไม่ปลื้มค้านโทษประหาร เผือกร้อน 7 ว่าที่ กสม ในมือ สนช 24 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น , ผมจึงเห็นว่าการปรับตัวของกระทรวงต่างประเทศครั้งนี้ แม้จะช้าไปบ้างก็ยังดีกว่าไม่ได้ฉีกตัวเองออกจากกรอบเดิมๆ ที่ยึดเรื่องอาวุโส, คนรู้จัก และคัดเลือกคนด้วยข้อสอบแบบเดิมๆ 。 จบคดีทนายแสบโกง น้องบีม เหยื่อรถเทรลเลอร์ถูกชนจนพิการ ขณะที่พ่อเสียชีวิตเมื่อปี 48 ศาลสั่งจำคุกเพื่อนสาวทนาย 2 ปี 16 เดือน พร้อมชดใช้ค่าเสียหายกว่า 2 ล้าน ฐานร่วมกระทำผิด ว่าที่ พตสมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ถึงความคืบหน้าคดีพรรคพวกของนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ อดีตทนายความ ฉ้อโกงเงินชดใช้ค่าเสียหายของ ดญภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม ที่ต้องพิการเพราะถูกรถเทรลเลอร์ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งชน ว่า พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนางพรปวีณ์ ชูแก้ว กับ นสภัทรวดี หรือฐิตาภา สวัสดี สองเพื่อนสาวของนายพิสิษฐ์ เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานร่วมกันปลอมแปลงและใช้เอกสารปลอม, เป็นผู้สนับสนุนบุคคลอื่นฉ้อโกงโดยกระทำผิดหน้าที่กับจำเลยที่ 1 และในฐานฉ้อโกงกับจำเลยที่ 2 พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทน เหตุเกิดวันที่ 19 กพ2557 ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน โดยมี นสพรทิพย์ จันทรัตน์ มารดาของน้องบีม และตัวน้องบีม เป็นโจทก์ร่วม มีทนายความอาสาจากสภาทนายความ ที่ตนกับนายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ เป็นหัวหน้าทีม เข้าว่าความ คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 2 เสนอชดใช้เงิน 50,000 บาทแก่โจทก์ร่วม โดยขอให้ถอนฟ้องหรือถอนคำร้องทุกข์เพื่อให้คดีอาญาระงับไปเฉพาะจำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 1 ไม่คัดค้าน จากนั้นจำเลยที่ 2 ก็นำเงินสดมามอบให้โจทก์ร่วม และมีการขอถอนฟ้อง ศาลอนุญาตให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 1 ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ มีเหตุลดโทษ จึงให้คงจำคุกรวม 2 ปี 16 เดือน และให้ชดใช้เงิน 981,100 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และ 1,405,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 2 พร้อมดอกเบี้ย ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ สำหรับที่มาคดีนี้ ครอบครัวของน้องบีมประสบอุบัติเหตุถูกรถเทรลเลอร์ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งชน เป็นเหตุให้น้องบีมพิการต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ บิดาเสียชีวิต และมารดาได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ จสุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2548 ต่อมาศาลจังหวัดไชยา อไชยา จสุราษฎร์ธานี พิพากษาให้ชนะคดีที่ฟ้องบริษัทดังกล่าว เรียกค่าเสียหายเกือบ 6 ล้านบาท แต่นายพิสิษฐ์ อดีตทนายความ ได้ฉ้อฉลนำหนังสือมอบอำนาจปลอมไปยื่นขอสละสิทธิ์การบังคับคดี แล้วแอบไปขอรับเงินจากบริษัทดังกล่าว หลังจากนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าการขอสละสิทธิ์บังคับคดีไม่ชอบ ให้ออกหมายบังคับคดีเรียกเงินเกือบ 6 ล้านบาทต่อไป ขณะที่คดีอาญา ศาลจังหวัดตลิ่งชันได้พิพากษาจำคุกนายพิสิษฐ์ฐานฉ้อโกง, เป็นบุคคลที่ได้รับการไว้วางใจกระทำผิดหน้าที่, ปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา เป็นเวลา 5 ปี 12 เดือน อีกทั้งสภาทนายความได้ลบชื่อออกจากสารบบ ห้ามเป็นทนายความ 5 ปี ส่วนนางพรปวีณ์กับ นสภัทรวดีนั้น เป็นผู้นำเอกสารปลอมไปหลอก นสพรทิพย์ ทำนองว่าเป็นตัวแทนของบริษัทคู่กรณีมาขอเจรจาว่า บริษัทกำลังขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินจ่าย ขอลดหนี้จาก 6 ล้านบาท เหลือ 3 ล้านบาท ดีกว่าจะบังคับเอาอะไรไม่ได้เลย นางพรทิพย์หลงเชื่อ ฝ่ายจำเลยจึงจ่ายเงินให้ 28 แสนบาทเท่านั้น ที่เหลือทวงถามก็บ่ายเบี่ยง แล้วหนีหายไปในที่สุด จนถูกจับกุมได้และพิพากษาแล้ว เป็นอันปิดคดีน้องบีมที่ต่อสู้กันมา 13 ปี。

ยูกิดะ คาไน 2021-09-29 10:05:21

เห็นรัฐบาลผ่านๆ มา ดีแต่โม้ด้วยลีลาหมุนอัดเกลียวสามรอบกลางอากาศว่างเปล่าบ้าง , กระแสของกลุ่มธุรกิจความงามยังคงมาแรง โดยหนึ่งในช่องทางที่เติบโตด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงมีส่วนสำคัญของการผลักดันเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าจากปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท ในปี 2561 คาดการณ์กันว่าจะเติบโตราว 3% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 จากปัจจัยด้านความเอาใจใส่ของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องสุขภาพและความงาม ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า นับว่าสอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันเทรนด์ของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของเพื่อนมีมากขึ้นในยุคดิจิทัล เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดขายตรง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเครือข่าย Money Game และแชร์ลูกโซ่ที่เน้นให้ผลตอบแทนจากแผนการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ยังคงแฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรงไทย นับเป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย ที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีวาระ 2 ปี (กรกฎาคม 2561- มิถุนายน 2563) ของการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ กล่าวถึงแนวทางนับจากนี้ว่า จะยังคงสานต่อนโยบายเดิม ในการผลักดันการเติบโตต่อเนื่องให้กับอุตสาหกรรมการขายตรงไทย ควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมขายตรง ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในสายขายตรงให้รู้จักปรับตัว ก้าวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัล เพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวมีทั้งเรื่องของ Core Culture คือการส่งเสริมและปลูกฝังการมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ และนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ สร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภคและนักธุรกิจทุกภาคส่วน ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและนักธุรกิจสังกัดบริษัทน้ำดี ที่ได้รับการการันตีจากสมาคมการขายตรงไทย รวมถึง Community Charity การเสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทย และการทำความดีตอบแทนสังคม ให้เป็นที่รู้จักของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กิจกรรม Campus Training กับกลุ่มนักศึกษา และการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลกับผู้ด้อยโอกาส และร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง และสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์โดยรวมแก่ผู้บริโภค และสมาชิกของสมาคม ส่วนข้อต่อมาของนโยบายจะเป็นเรื่องของ Competitiveness Righteousness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิก และนักธุรกิจขายตรงให้เข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เรียนรู้และให้ความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่นทั้งในด้านออนไลน์และออฟไลน์ ใช้สื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และ Connection Development การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ ความสามัคคีของกลุ่มสมาชิกในสมาคม และการขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจรรยาบรรณขายตรงที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้สนใจได้ศึกษาก่อนการตัดสินใจ แน่นอนว่าธุรกิจขายตรงก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงนั้นก็มีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ควรต้องปรับปรุง โดยการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่นั้น ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดประชุมและการจัดอบรมออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แต่อาจหลงลืมประโยชน์ที่เคยได้รับจากการทำตลาดแบบออฟไลน์ ซึ่งมีตัวกลางการสื่อสารเป็นนักธุรกิจ เน้นให้คุณประโยชน์ในด้านการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งการทำให้สายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจห่างเหินออกไป หรือเรียกกันว่า Hitech-Low Touch นั่นเอง ดูเหมือนว่าทางสมาคมเองก็จะมองเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวไม่ใช่น้อย จึงมองว่าควรช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวคิด เพื่อให้นักธุรกิจหันมาให้ความสำคัญในการทำธุรกิจกับการทำตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ในแบบ Hitech-Hi Touch และได้ทำธุรกิจแบบ Win-Win การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะให้ผลบวกกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการและนักธุรกิจสามารถนำมาใช้อย่างถูกต้อง รวมถึงนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตสินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงดำรงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่ฉาบฉวย เพียงแค่เพราะเทรนด์ที่เป็นไป คงต้องมารอดูกันต่อไปว่านโยบายจากคณะการทำงานชุดใหม่จะผลักดันให้ขายตรงของไทยเปลี่ยนแปลงในทิศทางไหนอย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง。สำหรับผลดำเนินการของธนาคารช่วง 7 เดือน ของปีนี้ สามารถปล่อยสินเชื่อไปได้แล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมาย 3 หมื่นล้านบาท และคาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มยอดสินเชื่อคงค้างให้ได้ตามเป้าหมายถึง 1 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่มีอยู่ 98 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อเพื่อการลงทุน 65% และสินเชื่อหมุนเวียน 35% ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ในระดับที่บริหารได้ 356% และคาดว่าตลอดทั้งปีจะทรงตัวอยู่ในระดับนี้。

หลังจากทะเลหายไป 2021-09-29 10:05:21

ใครว่าโกงลดลง! พีดับเบิ้ลยูซีเผยผลสำรวจอาชญากรรมและทุจริต พบว่าบริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% ยักยอกทรัพย์มาเป็นอันดับ 1 สะท้อนการป้องกันมีช่องโหว่ ด้านประธานปปชตั้งเป้าหรู ค่า CPI ไทยต้องได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 หากไม่ได้อาจต้องรับผิดชอบ แต่พอถาม นาฬิกาป้อม คำตอบคือยังไม่ได้รับรายงาน นายวรพงษ์ สุธานนท์ หุ้นส่วนสายงาน ฟอร์เรนซิค เซอร์วิส บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (พีดับเบิ้ลยูซี) เปิดเผยผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี 61 ที่จัดทำขึ้นทุก 2 ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม 522 ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% โดยพบว่าการยักยอกสินทรัพย์ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น 62% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 45%, การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น 40% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 28% และคาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้า อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบร้ายแรงที่สุด ทั้งนี้ มีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้นยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว โดยตัวเลขที่สูงขึ้น แม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศและทุกภาคอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบ ด้วยวิธีการที่ซับซ้อน ทำให้ตรวจจับได้ยาก แต่ถือว่าเป็นสัญญาณบวกของประเทศไทย หากทุกองค์กรในประเทศไทยเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตและตรวจพบเหตุทุจริตได้เพิ่มขึ้น สำหรับผลการสำรวจครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การทุจริตที่ตรวจพบได้เท่านั้น แต่ช่วยให้บริษัทเห็นถึงจุดบอดที่มีการทุจริตซ่อนอยู่ เพื่อป้องกันการทุจริตในองค์กร และกว่า 71% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร โดยมีเพียง 23% ที่มองว่าบริษัทให้ความสำคัญมากกับการยกระดับมาตรฐานจริยธรรมของพนักงาน แม้กว่า 70% ของการทุจริตร้ายแรงสร้างความเสียหายทางการเงินให้กับองค์กรจะมาจากพนักงานก็ตาม โดยทุกบริษัทต้องจัดการควบคุมและป้องกัน ผ่านการพัฒนาบุคลากร ปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ และลงทุนในเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่างๆ จะช่วยลดความเสี่ยงการทุจริตมีประสิทธิภาพมากขึ้น นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหาร และหุ้นส่วน พีดับเบิ้ลยูซี ประเทศไทย กล่าวว่า ผลสำรวจดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทในประเทศไทยมีความเข้าใจถึงผลกระทบของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ที่มีต่อขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจในเวทีโลก และความสามารถในการดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติมากขึ้นกว่าในอดีต โดยทุกภาคส่วนมีการหารือกันในเรื่องการแก้ไขปัญหาการทุจริตมากขึ้น เนื่องจากจะเป็นผลดีต่อการดำเนินธุรกิจและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ที่โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จัดโครงการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับชาติ หัวข้อ การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต โดย พลตอวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ปปช กล่าวว่า เราตั้งเป้าว่าประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ให้ได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 โดยผลักดันด้วย 6 ยุทธศาสตร์ คือ สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต, ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต, สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย, พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก, ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต, ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย ทั้งนี้ ปปชจะต้องผสานพลังกับทุกหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้ยุทธศาสตร์ฯ บรรลุเป้าหมายคือสร้างสังคมใสสะอาดยิ่งขึ้น ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดสัมมนา พร้อมปาฐกถาพิเศษเรื่อง การผสานพลังสร้างประเทศไทยใสสะอาด ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีค่า CPI อยู่ที่ 37 คะแนน เราจำเป็นต้องทะยานขึ้นไปให้ได้คะแนนมากกว่านี้ โดยรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตั้งเป้าว่า ปี 2564 ค่า CPI ของไทยควรจะอยู่ที่ 50 คะแนน สูงกว่านั้นยิ่งดี การทุจริตคอร์รัปชันเป็นภัยที่เกิดจากปัจจัยภายในของเราเอง เหมือนสนิมเหล็ก ถ้าประเทศชาติคือเหล็ก สนิมอันดับแรกอาจจะเป็นการแตกแยกความสามัคคี และสนิมอันดับสองก็คือการทุจริต ซึ่งในที่สุดเหล็กก็จะกร่อนไปประเทศก็จะพังทลาย จึงมีความจำเป็นที่จะกำจัดสนิม รองนายกฯ กล่าวว่า การจะปลูกจิตสำนึกให้คนไม่ทนต่อการทุจริตได้นั้นเป็นเรื่องยาก โดยจะต้องอดทน และเราควรมีความเพียรที่มีกลยุทธ์ มีวิธีการที่ชาญฉลาด เหมือนพระมหาชนก เหมือนการช่วยเหลือหมูป่า 13 ชีวิต แต่หากเราท้อแท้ ถดถอย ก็ไม่มีโอกาสสำเร็จ หากเราอดทน งานก็จะสัมฤทธิผล เรื่องนี้เป็นความเดือดร้อนของคนทั้งชาติ ดังนั้นจึงอยากให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ขณะที่ พลตอวัชรพลกล่าวว่า การจะให้ได้ค่า CPI อยู่ที่ 50 คะแนนในปี 2564 นั้น เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก แต่หากในปี 2564 ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ตนอาจจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งวันนี้คิดว่าประชาชนคนไทยเริ่มตื่นรู้เรื่องการทุจริตมากขึ้น และจะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าจะเป็นระลอกคลื่นที่มีพลังมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการตั้งชมรม STRONG ในทุกจังหวัด จังหวัดละ 100 คน เพื่อทำกิจกรรมรณรงค์ต้านการทุจริตในพื้นที่ เขากล่าวว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมายใหม่นั้น เจ้าหน้าที่ ปปชจะเป็นหน่วยงานแรกที่ยื่นผ่านอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ก็จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย พลตอวัชรพลยังให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหากรณีทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทนและแฟลตตำรวจ เฟซบุ๊กไลฟ์เปิดเผยข้อมูลที่ได้ชี้แจงต่อ ปปชเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าเป็นความต้องการของผู้ถูกกล่าวหาที่พยายามจะสื่อสารออกไป แต่กรรมการ ปปชยืนยันว่า เราวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง ซึ่งเราไม่ได้มองว่าถูกดิสเครดิต หากเห็นว่ามีประเด็นที่กระทบต่อการทำงานของ ปปช ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรับมาวินิจฉัย ประธาน ปปชกล่าวถึงความคืบหน้าการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีนาฬิกาหรูของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม ว่ายังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า เรื่องนี้จะต้องถามเลขาฯปปช ล่าสุดทราบเพียงว่ามีการส่งหนังสือไปขอข้อมูลกับบริษัทนาฬิกาที่ต่างประเทศผ่านสถานทูตไทย เรื่องนี้จะจบได้เมื่อไหร ก็ขึ้นอยู่กับคำตอบที่ได้รับ และการวินิจฉัยของกรรมการ ปปช ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาฯ ปปช กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตนาฬิกาในต่างประเทศยังไม่ได้ส่งรายละเอียดนาฬิกาที่ขอไปมาให้เราแต่อย่างใด และต้องยอมรับว่าการขอข้อมูลจากต่างประเทศนั้นมักจะล่าช้า และไม่สามารถกำหนดเงื่อนไขเรื่องเวลากับทางบริษัทนาฬิกาได้ แต่ ปปชคาดการณ์ว่าภายใน 2 เดือนนับจากนี้ ผลการตรวจสอบจะชัดเจนมากขึ้น จนอาจนำไปสู่การสรุปสำนวนและชี้แจงให้สาธารณชนทราบได้ วันเดียวกันนี้ นายสุเทพไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้งกรณีที่คณะอนุกรรมการไต่สวนของ ปปชอ้างหนังสือของสำนักงบประมาณ ฉบับวันที่ 27 พย2551 ว่า หนังสือสำนักงบฯ ดังกล่าวพูดถึงแผนการใช้งบประมาณก่อสร้าง และไม่มีส่วนใดที่พูดถึงวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง แต่คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ นำไปอ้างว่า สำนักงบฯ ให้ความเห็นต้องจัดซื้อจัดจ้างด้วยการกระจายไปยังหน่วยงานในสังกัด สตช ตามพื้นที่ที่จะทำการก่อสร้าง ฉะนั้นต้องปฏิบัติตามมติ ครม แต่เมื่อตนได้อนุมัติให้ทำแบบสัญญาฉบับเดียว จึงถือว่าฝ่าฝืนมติ ครม ถ้าใครอ่านหนังสือราชการก็เข้าใจ ไม่ซับซ้อนอะไร แต่อนุกรรมการ ปปชอุตส่าห์เอาประเด็นนี้มาตั้งเป็นข้อกล่าวหาผมว่ามติ ครมให้ทำตามสำนักงบฯ สำนักงบฯ มีความเห็นเรื่องวิธีการจัดจ้างเอาไว้ เพราะฉะนั้นผมต้องดำเนินการตามวิธีจัดจ้างตามสำนักงบฯ นายสุเทพกล่าว นายสุเทพกล่าวอีกว่า ตนได้นำหนังสือของสำนักงบฯ ฉบับดังกล่าวไปแสดงต่อคณะกรรมการ ปปชชุดใหญ่ และชี้แจงว่าส่วนแรกของหนังสือเป็นข้อความที่เท้าความเดิมว่าโครงการนี้เป็นมาอย่างไร ใครคิดอย่างไร และบอกด้วยว่าสำนักงบฯ มีหน้าที่พิจารณาเฉพาะเรื่องวงเงินงบประมาณจะใช้ในโครงการเท่านั้น, เห็นรัฐบาลผ่านๆ มา ดีแต่โม้ด้วยลีลาหมุนอัดเกลียวสามรอบกลางอากาศว่างเปล่าบ้าง 。 คิดว่าประเทศไทยโกงกันน้อยลงบ้างหรือไม่? วานนี้ (๒๓ สิงหาคม) ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (พีดับเบิลยูซี) เปิดผลสำรวจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี ๒๕๖๑ ที่จัดทำขึ้นทุก ๒ ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม ๕๒๒ ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทในไทยกว่า ๔๘% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี ๒๕๕๙ ที่อยู่ที่ ๒๖% การยักยอกสินทรัพย์ ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น ๖๒% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๔๕% การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น ๔๐% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๒๘% ผลสำรวจบอกชี้ว่ามีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้น ยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว แต่ก็มีดีอยู่บ้างตรงที่ว่า กว่า ๗๑% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร เป็นไงครับก่อนนี้เชื่อกันว่าภาคเอกชน โกงน้อยกว่าภาครัฐมาก ใครๆ ก็พากันมองว่า ภาครัฐเป็นตัวถ่วง แต่ตัวเลขปรากฏออกมาเช่นนี้ พูดได้คำเดียวว่า สาหัส สอบตกทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน บังเอิญวานนี้เช่นกัน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จัดโครงการสัมมนา หัวข้อ การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต พลตอวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ปปช ตั้งเป้าไว้ชัดว่า ประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ให้ได้มากกว่า ร้อยละ ๕๐ ภายในปี ๒๕๖๔ ในปี ๒๕๖๔ ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ผมอาจจะต้องรับผิดชอบ ครับประกาศเอาไว้แบบนี้ ก็คงลุ้นกันล่ะครับว่า อีก ๓ ปีข้างหน้า การโกงในประเทศไทย จะลดฮวบฮาบได้จริงหรือไม่ ค่า CPI ของไทยวันนี้อยู่ที่ ๓๗ คะแนน คำถามคือจะทะยานขึ้นไปได้อย่างไร? ปปชเขาวางยุทธศาสตร์ไว้ครับ มีทั้งสิ้น ๖ ยุทธศาสตร์ คือ ๑สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ๒ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต ๓สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย ๔พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก ๕ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต ๖ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย ก็ว่ากันไป แต่มันถูกลบล้างหมด เพราะเมื่อถูกตั้งคำถามเรื่องนาฬิกาเพื่อน ของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ คำตอบจากปาก ปปชคือ ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า!。

เฉิน ซึง 2021-09-29 10:05:21

ม้าไม้, กระแสของกลุ่มธุรกิจความงามยังคงมาแรง โดยหนึ่งในช่องทางที่เติบโตด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงมีส่วนสำคัญของการผลักดันเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าจากปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท ในปี 2561 คาดการณ์กันว่าจะเติบโตราว 3% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 จากปัจจัยด้านความเอาใจใส่ของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องสุขภาพและความงาม ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า นับว่าสอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันเทรนด์ของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของเพื่อนมีมากขึ้นในยุคดิจิทัล เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดขายตรง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเครือข่าย Money Game และแชร์ลูกโซ่ที่เน้นให้ผลตอบแทนจากแผนการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ยังคงแฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรงไทย นับเป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย ที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีวาระ 2 ปี (กรกฎาคม 2561- มิถุนายน 2563) ของการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ กล่าวถึงแนวทางนับจากนี้ว่า จะยังคงสานต่อนโยบายเดิม ในการผลักดันการเติบโตต่อเนื่องให้กับอุตสาหกรรมการขายตรงไทย ควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมขายตรง ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในสายขายตรงให้รู้จักปรับตัว ก้าวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัล เพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวมีทั้งเรื่องของ Core Culture คือการส่งเสริมและปลูกฝังการมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ และนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ สร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภคและนักธุรกิจทุกภาคส่วน ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและนักธุรกิจสังกัดบริษัทน้ำดี ที่ได้รับการการันตีจากสมาคมการขายตรงไทย รวมถึง Community Charity การเสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทย และการทำความดีตอบแทนสังคม ให้เป็นที่รู้จักของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กิจกรรม Campus Training กับกลุ่มนักศึกษา และการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลกับผู้ด้อยโอกาส และร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง และสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์โดยรวมแก่ผู้บริโภค และสมาชิกของสมาคม ส่วนข้อต่อมาของนโยบายจะเป็นเรื่องของ Competitiveness Righteousness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิก และนักธุรกิจขายตรงให้เข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เรียนรู้และให้ความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่นทั้งในด้านออนไลน์และออฟไลน์ ใช้สื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และ Connection Development การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ ความสามัคคีของกลุ่มสมาชิกในสมาคม และการขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจรรยาบรรณขายตรงที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้สนใจได้ศึกษาก่อนการตัดสินใจ แน่นอนว่าธุรกิจขายตรงก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงนั้นก็มีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ควรต้องปรับปรุง โดยการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่นั้น ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดประชุมและการจัดอบรมออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แต่อาจหลงลืมประโยชน์ที่เคยได้รับจากการทำตลาดแบบออฟไลน์ ซึ่งมีตัวกลางการสื่อสารเป็นนักธุรกิจ เน้นให้คุณประโยชน์ในด้านการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งการทำให้สายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจห่างเหินออกไป หรือเรียกกันว่า Hitech-Low Touch นั่นเอง ดูเหมือนว่าทางสมาคมเองก็จะมองเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวไม่ใช่น้อย จึงมองว่าควรช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวคิด เพื่อให้นักธุรกิจหันมาให้ความสำคัญในการทำธุรกิจกับการทำตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ในแบบ Hitech-Hi Touch และได้ทำธุรกิจแบบ Win-Win การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะให้ผลบวกกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการและนักธุรกิจสามารถนำมาใช้อย่างถูกต้อง รวมถึงนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตสินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงดำรงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่ฉาบฉวย เพียงแค่เพราะเทรนด์ที่เป็นไป คงต้องมารอดูกันต่อไปว่านโยบายจากคณะการทำงานชุดใหม่จะผลักดันให้ขายตรงของไทยเปลี่ยนแปลงในทิศทางไหนอย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง。 กระแสของกลุ่มธุรกิจความงามยังคงมาแรง โดยหนึ่งในช่องทางที่เติบโตด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงมีส่วนสำคัญของการผลักดันเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าจากปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท ในปี 2561 คาดการณ์กันว่าจะเติบโตราว 3% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 จากปัจจัยด้านความเอาใจใส่ของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องสุขภาพและความงาม ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า นับว่าสอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันเทรนด์ของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของเพื่อนมีมากขึ้นในยุคดิจิทัล เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดขายตรง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเครือข่าย Money Game และแชร์ลูกโซ่ที่เน้นให้ผลตอบแทนจากแผนการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ยังคงแฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรงไทย นับเป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย ที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีวาระ 2 ปี (กรกฎาคม 2561- มิถุนายน 2563) ของการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ กล่าวถึงแนวทางนับจากนี้ว่า จะยังคงสานต่อนโยบายเดิม ในการผลักดันการเติบโตต่อเนื่องให้กับอุตสาหกรรมการขายตรงไทย ควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมขายตรง ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในสายขายตรงให้รู้จักปรับตัว ก้าวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัล เพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวมีทั้งเรื่องของ Core Culture คือการส่งเสริมและปลูกฝังการมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ และนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ สร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภคและนักธุรกิจทุกภาคส่วน ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและนักธุรกิจสังกัดบริษัทน้ำดี ที่ได้รับการการันตีจากสมาคมการขายตรงไทย รวมถึง Community Charity การเสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทย และการทำความดีตอบแทนสังคม ให้เป็นที่รู้จักของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กิจกรรม Campus Training กับกลุ่มนักศึกษา และการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลกับผู้ด้อยโอกาส และร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง และสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์โดยรวมแก่ผู้บริโภค และสมาชิกของสมาคม ส่วนข้อต่อมาของนโยบายจะเป็นเรื่องของ Competitiveness Righteousness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิก และนักธุรกิจขายตรงให้เข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เรียนรู้และให้ความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่นทั้งในด้านออนไลน์และออฟไลน์ ใช้สื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และ Connection Development การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ ความสามัคคีของกลุ่มสมาชิกในสมาคม และการขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจรรยาบรรณขายตรงที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้สนใจได้ศึกษาก่อนการตัดสินใจ แน่นอนว่าธุรกิจขายตรงก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงนั้นก็มีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ควรต้องปรับปรุง โดยการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่นั้น ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดประชุมและการจัดอบรมออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แต่อาจหลงลืมประโยชน์ที่เคยได้รับจากการทำตลาดแบบออฟไลน์ ซึ่งมีตัวกลางการสื่อสารเป็นนักธุรกิจ เน้นให้คุณประโยชน์ในด้านการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งการทำให้สายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจห่างเหินออกไป หรือเรียกกันว่า Hitech-Low Touch นั่นเอง ดูเหมือนว่าทางสมาคมเองก็จะมองเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวไม่ใช่น้อย จึงมองว่าควรช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวคิด เพื่อให้นักธุรกิจหันมาให้ความสำคัญในการทำธุรกิจกับการทำตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ในแบบ Hitech-Hi Touch และได้ทำธุรกิจแบบ Win-Win การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะให้ผลบวกกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการและนักธุรกิจสามารถนำมาใช้อย่างถูกต้อง รวมถึงนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตสินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงดำรงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่ฉาบฉวย เพียงแค่เพราะเทรนด์ที่เป็นไป คงต้องมารอดูกันต่อไปว่านโยบายจากคณะการทำงานชุดใหม่จะผลักดันให้ขายตรงของไทยเปลี่ยนแปลงในทิศทางไหนอย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

royal online v2 line 1️⃣2021| สล็อต ออนไลน์ ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก 20201️⃣LOOK618| ฝาก 10 รับ 100 วอ เลท รวม ค่าย1️⃣M98| สมัคร เกม ได้ เงิน ฟรี 1️⃣2021| เครดิต ฟรี bk81️⃣M98| ฝาก 200 ฟรี 2001️⃣LOOK618| bf joker เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| แจก เครดิต ฟรี กด รับ เอง1️⃣M98| ปั่น สล็อต ฟรี ได้ เงิน จริง1️⃣LOOK618| เว็บไซต์ โจ๊ก เกอร์1️⃣M98| sa gaming เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| เว็บ บา ค่า ร่า ขั้น ต่ำ 10 บาท เว็บ ยอด นิยม 1️⃣2021| slot pg 10 รับ 100 1️⃣2021| ฝาก 1 รับ 100 1️⃣2021| 550ww ฟรี เครดิต1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ค่าย cq91️⃣M98| เว็บ wm1️⃣M98| mgm99red 1️⃣2021| sagame891️⃣M98| สล็อต 777 slot 1️⃣2021| เล่น เกม ได้ เงิน ไม่ ต้อง ลงทุน1️⃣LOOK618| ค่า สิ โน ออนไลน์ ufa691️⃣M98| royal online ทดลอง เล่น1️⃣M98| เว็บ บา คา ร่า ฝาก ขั้น ต่ํา 1001️⃣LOOK618| สมัคร สล็อต ท รู วอ ล เล็ ต1️⃣LOOK618| ฝาก 9 บาท รับ 100 20201️⃣LOOK618| เกมส์ ออนไลน์ ได้ เงิน จริง สมัคร เล่น ฟรี 1️⃣2021| joker boom slot1️⃣M98| betflix24 สมัคร สมาชิก 1️⃣2021| ค่าย เกม สล็อต แตก ง่าย1️⃣LOOK618| joker slot เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| เข้า เล่น จี คลับ 1681️⃣LOOK618| โหลด เกม คา สิ โน1️⃣LOOK618| สล็อต ค่าย betsoft1️⃣LOOK618| ดาวน์โหลด joker123 auto1️⃣M98| สล็อต ที่ แตก บ่อย1️⃣M98| slotxo xl 1️⃣2021| เครดิต ฟรี มาเฟีย ทั้งหมด 1️⃣2021| เกม สล็อต ทดลอง เล่น joker1️⃣LOOK618| เกม ยิง ปลา แตก ง่าย1️⃣M98| โหลด เว็บ xo 1️⃣2021| บา คา ร่า ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน1️⃣M98| 007 มาเฟีย1️⃣M98| เว็ ป เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 20211️⃣LOOK618| 1688v5 1️⃣2021| โปร ฝาก 10 รับ 100 ล่าสุด1️⃣LOOK618| คา สิ โน ออนไลน์ 99 1️⃣2021| ทดลอง เล่น สล็อต roma joker1️⃣M98| เล่น สล็อต ให้ ได้ เงิน1️⃣M98| joker123 แตก ง่าย1️⃣LOOK618| www betclic88 com 1️⃣2021| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก เงิน1️⃣M98| jili slot demo 1️⃣2021| slotciti game1️⃣LOOK618| เกม ยิง ปลา กระสุน ฟรี1️⃣M98| sexybaccarat1681️⃣M98| mafia6661️⃣M98| slotxo ฝาก ครั้ง แรก 100 1️⃣2021| ทดลอง เล่น สล็อต ฟรี ได้ เงิน จริง 20211️⃣M98| สล็อต xo ออนไลน์1️⃣M98| ฝาก 5 รับ 100 ล่าสุด 20211️⃣M98| gclub cash1️⃣LOOK618| sa gaming vip ufa7471️⃣M98| เว็บ ฝาก 50 รับ 1501️⃣M98| แจก เครดิต ฟรี 300 ไม่ ต้อง ฝาก 20211️⃣M98| 444 slot1️⃣LOOK618| all star 168 slot1️⃣M98| gclub royal666 1️⃣2021| ฝาก 88 บาท รับ 300 1️⃣2021| 3kslot1️⃣LOOK618| สล็อต autoplay1️⃣LOOK618| slot รับ 100 1️⃣2021| แอ พ สล็อต 9181️⃣LOOK618| สล็อต luk6661️⃣M98| ฝาก 10 รับ 1501️⃣LOOK618| ib888 ดาวน์โหลด1️⃣M98| คา สิ โน สด บา คา ร่า 1️⃣2021| คา สิ โน ufa3501️⃣LOOK618| live22 สมาชิก ใหม่ 1️⃣2021| 918kiss ดาวน์โหลด android1️⃣LOOK618| pg slot ทุน น้อย1️⃣LOOK618| joker เล่น 1️⃣2021| ฝาก 50 รับ 150 ถอน ไม่ อั้น1️⃣LOOK618| xlot16881️⃣M98| best88 slot ดาวน์โหลด ios 1️⃣2021| เล่น ง่าย ได้ เงิน จริง 1️⃣2021| fafa855 ทาง เข้า1️⃣LOOK618| ทดลอง เล่น ยิง ปลา joker1️⃣M98| ฝาก 50 รับ 50 ถอน ไม่ อั้น 1️⃣2021| เกม ยิง ปลา ได้ ตัง จริง1️⃣M98| ufaba89 1️⃣2021| joker ใหม่ ล่าสุด1️⃣M98| mafia 889 1️⃣2021| เล่น บา คา ร่า วอ เลทpg77th1️⃣M98|